Key Takeaway

  • มอยส์เจอไรเซอร์คือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว อีกทั้งยังเป็นเกราะป้องกันการสูญเสียน้ำในผิวอีกด้วย
  • มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับแต่ละผิว ได้แก่ ผิวแห้ง สูตรครีมหรือบาล์ม ผิวมัน สูตรเจลหรือโลชั่น ผิวผสม สูตรโลชั่นหรือเจล และผิวแพ้ง่าย สูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ 
  • ควรทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ช่วงเช้าและก่อนนอน 
  • ลำดับการลงสกินแคร์ คือ น้ำตบหรือเอสเซนส์ มอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อเซรั่มหรือเนื้อเจล มอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อโลชั่น และมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อครีม

 


 

การบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น เป็นวิธีการเติมน้ำให้ผิว และการดูแลผิวที่ช่วยเสริมสร้างปราการผิวของเราให้แข็งแรงมากขึ้น และเมื่อผิวของเราแข็งแรง ก็จะช่วยลดการเกิดปัญหาผิวต่าง ๆ ดังนั้น การใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ จึงเป็นคำตอบในการดูแลผิวของเรา ด้วยการเสริมสร้างพื้นฐานผิวให้ชุ่มชื้น และแข็งแรง ซึ่งในบทความนี้ทาง Bioderma จะมาแนะนำมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ตัวช่วยบำรุงผิวที่ทุกคนจำเป็นต้องใช้ พร้อมแนะนำมอยส์เจอร์ไรเซอร์สำหรับคนเป็นสิว ผู้ที่มีผิวผสม ผิวมัน หรือผิวเป็นสิวง่าย ต้องห้ามพลาด!

 

มอยส์เจอร์ไรเซอร์ คืออะไร?

มอยส์เจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) คือ ครีมบำรุงผิวที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยลดการสูญเสียน้ำของผิว และช่วยบำรุงปราการผิวให้มีความแข็งแรงมากขึ้น ทำให้ปัญหาผิวต่างๆ น้อยลง เช่น ปัญหาผิวแห้ง ระคายหรือผิวลอกเป็นขุย และเมื่อผิวมีความชุ่มชื้นมากพอจากการใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ก็จะทำให้หน้าของเรามีการผลิตน้ำมันที่สมดุลขึ้น ไม่ผลิตเยอะ หรือน้อยจนเกินไป ส่งผลให้โอกาสในการเกิดสิวก็ลดตามลงไปด้วยเช่นกัน
 

ก่อนที่จะเลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือครีมทาหน้า Bioderma จะพาทุกคนไปรู้จักกับมอยส์เจอร์ไรเซอร์ก่อนว่ามีกี่แบบ เพื่อที่จะได้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับผิวของตัวเองมากที่สุด โดยมอยส์เจอร์ไรเซอร์นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ ดังนี้
 

1. มอยส์เจอร์ไรเซอร์แบบ Water-Based 

เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนประกอบหลักเป็นน้ำ เช่น ครีม โลชัน หรือเจล ทำให้เป็นครีมบำรุงผิวหน้ามีเนื้อสัมผัสที่ไม่หนักจนเกินไป มีความเบาบาง ไม่ทิ้งความเหนียว หรือเหนอะหนะ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี และไม่ทิ้งความมันวาวไว้บนผิว เหมาะกับผู้ที่มีสภาพผิวธรรมดา ผิวผสม ผิวมัน หรือผิวขาดน้ำ
 

2. มอยส์เจอร์ไรเซอร์แบบ Oil-Based

เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนประกอบหลักเป็นน้ำมัน เช่น ออยล์ บาล์ม หรือแบบครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ทำให้เป็นครีมทาหน้ามีเนื้อสัมผัสที่หนักกว่า และให้ความชุ่มชื้นสูงกว่ามอยส์เจอร์ไรเซอร์แบบ Water-Based ซึ่งอาจจะทิ้งความมันวาวไว้ และอาจจะทำให้รู้สึกเหนอะหนะผิวได้ จึงเหมาะกับผู้ที่มีสภาพผิวแห้งไปจนถึงแห้งมาก และไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวมัน เพราะอาจทำให้เกิดการอุดตันได้

การเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะแต่ละสภาพผิวต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน มาดูกันว่าผิวแต่ละแบบเหมาะกับมอยส์เจอไรเซอร์แบบไหนบ้าง

ผิวแห้ง

หน้าแห้งใช้อะไรดี? สำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง ควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ เนื้อครีมเข้มข้นหรือครีมบาล์ม ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ซึ่งช่วยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมป้องกันการระเหยของน้ำในผิว ทำให้ผิวคงความชุ่มชื้นได้ยาวนานขึ้น
 

ผิวผสม

สำหรับผิวผสม ควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อครีมที่มีความสมดุล ไม่หนักหรือบางเบาจนเกินไป เนื่องจากผิวประเภทนี้มักมี ความมันในบริเวณ T-Zone และความแห้งในบริเวณ U-Zone 

มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะสมควรมีส่วนผสมของน้ำและน้ำมันในอัตราส่วนที่พอดี เพื่อช่วยควบคุมความมันในจุดที่จำเป็น พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวแห้ง ป้องกันปัญหาสิวที่อาจเกิดจากความมันส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 

ผิวมัน

สำหรับผู้ที่มีผิวมันแต่ต้องการผิวฉ่ำวาวแบบ Glass Skin ควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบา ซึมไว และไม่เหนอะหนะ เช่น เนื้อเจล หรือ ครีมสูตร Water-Based ซึ่งให้ความชุ่มชื้นโดยไม่เพิ่มความมัน เนื่องจากผิวมันมีการผลิตน้ำมันตามธรรมชาติอยู่แล้ว 

การใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีความมันสูง อาจทำให้รูขุมขนอุดตันและเพิ่มโอกาสในการเกิดสิวได้ง่ายขึ้น ดังนั้นควรเลือกสูตรที่ช่วยเติมน้ำให้ผิวโดยไม่ทำให้หน้ามันเกินไป
 

ผิวแพ้ง่าย

สำหรับผิวแพ้ง่าย ควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ที่อ่อนโยนต่อผิว มีไฮยาลูรอนช่วยเติมความชุ่มชื้น และมีสารปลอบประโลมเพื่อลดการระคายเคือง ควรหลีกเลี่ยงน้ำหอม พาราเบน และแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจทำให้ผิวเกิดอาการแพ้ได้ง่าย โดยสามารถเลือกใช้ได้ทั้งเนื้อครีมและเนื้อเจล ตามความต้องการของผิว
 

ผิวมันขาดน้ำ

ผิวมันขาดน้ำอาจทำให้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้นเพื่อลดความแห้งตึง ส่งผลให้หลายคนสับสนว่าตัวเองมีผิวแห้งและเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ผิดประเภท สังเกตได้จาก ผิวที่แห้งตึงหลังล้างหน้า และเริ่มมันขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

ดังนั้นควรเลือกมอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้น พร้อมป้องกันการสูญเสียน้ำในผิว เช่น เนื้อครีมบางเบา ที่ไม่หนักผิวและไม่เพิ่มความมันจนเกินไป เพื่อช่วยปรับสมดุลความชุ่มชื้นให้ผิวแข็งแรงขึ้น

การใช้ครีมบำรุงผิวหรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์นั้นมีประโยชน์ และมีความจำเป็นต่อผิวมากกว่าที่ทุกคนคิด มาดูกันว่ามอยส์เจอร์ไรเซอร์ช่วยอะไรบ้าง

  • ช่วยบำรุงผิวให้มีความชุ่มชื้น
  • ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นภายในผิว
  • ช่วยลดการระเหยของน้ำออกจากผิว
  • ช่วยทำให้ผิวดูอิ่มน้ำมากขึ้น
  • ช่วยเสริมสร้างให้ผิวแข็งแรงขึ้น
  • ช่วยป้องกันปัญหาผิวขาดน้ำ
  • ช่วยปรับสมดุลน้ำมันบนผิว
  • ช่วยลดปัญหาผิวต่าง ๆ เช่น ผิวแห้ง ลอก คัน เป็นขุย
  • ช่วยป้องกันผิวจากสภาพอากาศ หรือมลภาวะต่าง ๆ 
  • ช่วยลดโอกาสในการเกิดสิว
     

ใครที่เหมาะกับการใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์บ้าง?

คำถามที่ว่า ใครเหมาะกับการใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์เป็นครีมทาหน้าบ้าง? คำตอบ คือ ทุกคนควรทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพราะการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น และเป็นพื้นฐานในการบำรุงผิวที่ทุกคนควรทำ ถ้าหากผิวของเรามีความชุ่มชื้น และแข็งแรงมากพอ ก็สามารถเพิ่มการบำรุงตัวอื่นเข้ามาได้ และทำให้เห็นผลได้ชัดเจนขึ้น แต่ถ้าหากผิวของเราไม่แข็งแรง ขาดความชุ่มชื้น และเพิ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตัวอื่นเข้ามา นอกจากจะเห็นผลไม่ชัดเจนแล้ว ก็อาจทำให้ผิวระคายได้ง่าย และเกิดปัญหาผิวอื่นๆ ตามมาได้อีกด้วย

การใช้มอยส์เจอไรเซอร์เป็นขั้นตอนสำคัญในการดูแลผิว แต่หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่าควรทาช่วงไหนและใช้อย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด มาดูกันว่าควรทามอยส์เจอไรเซอร์เมื่อไรและใช้อย่างไร เพื่อให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นและสารบำรุงได้เต็มที่
 

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทามอยส์เจอร์ไรเซอร์

ควรทามอยส์เจอไรเซอร์ทั้งเช้าและกลางคืน โดยใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงผิว เช่น หลังโทนเนอร์และเซรั่ม หลายคนมักทาเฉพาะกลางคืน โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวมันหรือผิวผสม แต่การทาตอนเช้าก่อนครีมกันแดดก็สำคัญ เพราะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ
 

คุมมันได้ทั้งวัน ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์อย่างไรไม่ให้หน้าเยิ้ม

หลักการง่ายๆ คือลงสกินแคร์เนื้อบางก่อนเนื้อหนัก โดยลำดับการลงสกินแคร์ คือน้ำตบหรือเอสเซนส์ มอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อเซรั่มหรือเนื้อเจล มอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อโลชั่น มอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อครีม 

นอกจากนี้เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและดูสุขภาพดีโดยไม่เสี่ยงต่อความมันหรือสิว ควรใช้เทคนิคที่ช่วยให้สกินแคร์ซึมซาบได้ดี ไม่หนักผิว หรือทำให้รูขุมขนอุดตัน โดยทาแต่ละขั้นตอนดังนี้

  1. ทาหลังล้างหน้าและเช็ดโทนเนอร์ประมาณ 3 นาที
  2. วอร์มเนื้อครีม บนหลังมือก่อนทา เพื่อให้ซึมซาบดีขึ้น
  3. ใช้นิ้วกลางหรือนิ้วนาง ทาจากบนลงล่าง เกลี่ยให้ทั่วใบหน้าและลำคอ
  4. รอ 2-3 นาที ให้ซึมก่อนลงสกินแคร์อื่น ยาแต้มสิว หรือกันแดดตามลำดับ

หลายคนยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเลือกใช้และประโยชน์ของมอยส์เจอไรเซอร์ ซึ่งอาจทำให้ใช้งานไม่ถูกต้องหรือไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดี มาดูกันว่ามีเรื่องไหนบ้างที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับมอยส์เจอไรเซอร์
 

ผิวมันไม่ต้องใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ จริงไหม?

จริงๆ แล้วการไม่ใช้มอยส์เจอไรเซอร์อาจทำให้ผิวยิ่งมันขึ้น เพราะเมื่อผิวขาดความชุ่มชื้น จะผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชย ทำให้เกิดปัญหาผิวขาดน้ำและมันกว่าเดิม ดังนั้นแม้ผิวมันก็ต้องใช้มอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อเสริมเกราะป้องกัน กักเก็บความชุ่มชื้น และช่วยควบคุมความมันให้สมดุล 

Sebium Sensitive ครีมบำรุงผิวจาก Bioderma เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ผิวขาดน้ำ ผิวผสม ผิวมัน และผิวเป็นสิว มีเนื้อสัมผัสบางเบา ทาแล้วซึมไว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ ไม่มันวาว เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และสามารถใช้ร่วมกับยารักษาสิวได้ โดยมีคุณสมบัติเด่นๆ อีกมากมายที่สามารถตอบโจทย์คนผิวมันเป็นสิวหรือใช้ยารักษาสิวอยู่ได้เป็นอย่างดี ดังนี้

  • ช่วยลดการผลิตน้ำมันในรูขุมขน
  • ช่วยลดการอุดตัน
  • ช่วยลดความมันและดูดซับความมัน
  • ช่วยลดการระคายของผิว
  • ช่วยปรับคุณภาพของน้ำมันบนผิวหน้า
  • ช่วยลดปริมาณน้ำมันส่วนเกิน
  • ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย ต้นเหตุของการเกิดสิว
  • ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นได้อย่างยาวนาน
  • ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับผิว
     

ไม่จำเป็นต้องใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ในหน้าร้อน

หลายคนเลี่ยงการใช้มอยส์เจอไรเซอร์ในหน้าร้อน แต่จริงๆ แล้วยังสามารถใช้ได้ตามปกติ แค่เลือกใช้เป็นสูตรออยล์ฟรีแทน เพื่อให้ผิวรู้สึกเบาสบาย ลดความมัน และช่วยป้องกันการเกิดสิวอุดตัน
 

มอยส์เจอร์ไรเซอร์ทำให้สิวขึ้นได้

คนเป็นสิวก็ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ได้ เพราะสิวเห่อหรืออุดตันมักเกิดจากการเลือกสกินแคร์ไม่เหมาะกับผิว หากใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะสมและปราศจากน้ำมันส่วนเกิน ก็ช่วยบำรุงผิวโดยไม่ทำให้เกิดสิวเพิ่มขึ้น 

 

สรุป

มอยส์เจอไรเซอร์คือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้น ป้องกันการสูญเสียน้ำ และเสริมเกราะป้องกันผิว มีหลายรูปแบบ เช่น เนื้อเจล โลชั่น ครีม และบาล์ม ซึ่งเหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่างกัน โดยช่วยให้ผิวชุ่มชื้น แข็งแรง ลดการระคายเคือง ป้องกันผิวแห้งลอก ควบคุมความมัน และชะลอการเกิดริ้วรอย

หลายคนอาจยังมีคำถามหลายอย่างเกี่ยวกับมอยส์เจอไรเซอร์ มาหาคำตอบไปพร้อมกัน เพื่อให้เข้าใจและใช้มอยส์เจอไรเซอร์ได้อย่างถูกต้อง

มอยส์เจอไรเซอร์ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ลดการสูญเสียน้ำ และเสริมเกราะป้องกันผิว

ไม่ควรทามอยส์เจอไรเซอร์เยอะเกินไป เพราะอาจซึมยาก แนะนำให้ใช้ประมาณเหรียญ 10 บาท

ควรใช้ทุกวัน วันละ 2 ครั้ง ทั้งเช้าและก่อนนอน

มอยส์เจอไรเซอร์ช่วยลดรอยสิวได้ หากมีส่วนผสมของ Vitamin C หรือ Niacinamide ที่ช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใส

ผิวแห้งถึงแห้งมาก

Atoderm PP Baume

บำรุงผิวชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง

สำหรับใคร

สำหรับทุกคนในครอบครัว (เด็กอายุมากกว่า 3 ปี)

ผิวเป็นสิวง่าย ชะลอสัญญาณแห่งวัย

Sébium Serum

เซรั่มสำหรับผิวมีปัญหาสิว มีริ้วรอย และรูขุมขนกว้าง

สำหรับใคร

ผู้ใหญ่

ผิวแพ้ ระคายง่าย

Sensibio Defensive

ครีมฟื้นบำรุงเนื้อเบา-ซึมไว ไม่อุดตัน ปลอบประโลมผิว มีสารที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง ต้านทานมลภาวะและสิ่งกระตุ้นที่ทำให้ผิวแพ้ง่าย

สำหรับใคร

ผู้ใหญ่, วัยรุ่น